ต้อม ไกรวิทย์ พุ่มสุโข – Director Hair Stylist
ถ้าเราไม่เคลื่อนไหว เราก็จะกลายเป็นพวกยึดติด
หากเอ่ยถึง ‘ต้อม ไกรวิทย์ พุ่มสุโข’ คนทั่วไปอาจรู้จักเขาในฐานะอดีตนักร้อง นักแสดงหรือพิธีกร มากความสามารถในรายการกบาลทางช่องทรูวิชั่น 68 แต่สำหรับคนในวงการช่างผมมีไม่น้อยทีเดียวที่ยกย่องให้เขาเป็นกูรูเรื่องผม ที่ในตอนนี้แสดงฝีมืออยู่ประจำร้าน Salon de BKK ซาลอน คุณภาพที่ได้รับการการันตีจากเซเล็บมากมาย แต่กว่าจะมาเป็นกูรูและแฮร์สไตลิสต์ระดับแถวหน้าของวงการผมเมืองไทยก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเขาต้องเรียนรู้และหมั่นพัฒนาฝีมืออยู่เสมอและในวันนี้ ต้อม ไกรวิทย์ พุ่มสุโข จะมาบอกเล่าเส้นทางอาชีพที่เขารักตั้งแต่จุดเริ่มต้น รวมถึงมุมมอง และวิธีการทำงานแบบมืออาชีพที่บอกได้เลยว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ
จุดเริ่มต้นของอาชีพสร้างสุข
เป็นคนชอบเรื่องสวยๆ งามๆ อยู่แล้วดังนั้นเรื่องผมเลยเป็นเรื่องที่อยู่ในใจตั้งแต่เด็ก ตอนเด็กแอบไปทำผมให้คุณยายบ้างลูกพี่ลูกน้องบ้าง เวลาเห็นอะไรมาก็จะจำแล้วก็เอาไปทำให้เขา เหมือนกับลึกๆ เราอาจจะมีพรสวรรค์บวกกับความชอบในเรื่องนี้อยู่แล้ว อย่างเห็นคนถักเปียตะขาบ ถักเปียสี่ดูน่าสนใจดีก็ไปยืนดูแป๊บนึงก็ทำได้ แต่พอคุณพ่อไม่ชอบก็เลยห่างเหินไป แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งเบรกตัวเองจากงานในวงการบันเทิงอยากจะไปใช้ชีวิตต่างประเทศ ก็ไปเรียนต่อที่ประเทศแคนาดา ตอนนั้นยังไม่ได้คิดเรื่องจะเป็นช่างผม คิดแค่ว่าอาจไปเรียนร้องเพลงหรือดูเรื่องงานสปาเพราะคิดว่าจะกลับมาทำธุรกิจที่เมืองไทยแต่ต้องเรียนหนักมาก พอดีเห็นโปรแกรมผม 7 วัน 7 ทรง ก็คิดว่าน่าเรียนเล่นๆ สนุกๆ แต่พอเรียนแล้วคิดว่าเวิร์ค ก็เรียนจนกระทั่งครบโปรแกรม ใช้เวลานานเหมือนกันแต่เหมือนดวงเรามาทางนี้ เพราะได้เรื่องภาษาก็ช่วยให้ไปเร็วขึ้น เลยลุยมาทางด้านนี้
พอกลับมาเมืองไทยก็คิดว่าเราควรมุ่งมั่นและควรเลือกสิ่งที่เราชอบ มีความถนัดแล้วก็เหมาะกับมันดีกว่า แต่เรื่องร้องเพลงก็ไม่ได้ทิ้งเพราะยังรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ จัดงานคอนเสิร์ตการกุศลอยู่บ้าง แล้วก็ยังสนุกกับงานพิธีกร แต่งานแสดงเป็นสิ่งที่เรารู้ว่ามันไม่เหมาะกับเรามาตั้งแต่ต้น เราได้เล่นบทร้ายซึ่งไม่ใช่ตัวเราและได้เล่นอะไรมาเยอะแล้วทั้งละครเวที ละครร้องที่ชอบก็ได้ทำแล้ว คือเรามาถึงวัยที่รู้ตัวเองแล้วว่าอะไรเหมาะ ไม่เหมาะกับตัวเองเลยคิดว่าเอาตรงนี้แหละ มาถึงวันนี้เรามีความสุขทุกวันที่ได้ทำผม ทุกคนก็บอกว่าเราโชคดีที่ได้เจออาชีพที่สองที่มีความสุข
ก้าวที่กล้าและท้าทายของช่างผมในยุคปัจจุบัน
จากการที่ได้ทำงานกับพี่สมศักดิ์ ชลาชล ก็ได้ฟังเรื่องราวและรู้ว่าเขาก็ใช้เวลาบวกกับความอดทนกว่าจะสร้างอาชีพนี้ ให้เป็นที่ยอมรับได้ พอมาถึงบทบาทของตัวเองก็มีความรู้สึกว่ามันยากจริงๆ เพราะอาชีพนี้เป็นอาชีพที่สมัยก่อนคนที่เรียนน้อยจะมาเรียนเสริมก่อนเพื่อมาทำอาชีพ หรือว่าเป็นเมียน้อยที่สามีเปิดร้านเสริมสวยให้ ดังนั้นอาชีพนี้ถูกมองว่าไม่ต้องเก่ง ไม่ต้องรู้เยอะซึ่งในยุคปัจจุบันมันไม่ใช่แล้ว เพราะช่างในปัจจุบันทำรายได้เดือนหนึ่งเป็นแสนก็มี มันจึงเป็นความท้าทายของคนรุ่นใหม่ แต่การจะปรับภาพลักษณ์ให้เป็นที่ยอมรับของคนรุ่นใหม่ หรือคนรุ่นเก่าๆ ที่มีความคิดฝังหัวก็ต้องใช้เวลา เราเข้าใจในสิ่งที่พี่สมศักดิ์ทำ มันก็ยากนะแต่วันนี้มันเปลี่ยนไปเยอะพอสมควร การเป็นช่างผมหรือแฮร์สไตลิสต์ก็เป็นอาชีพที่ได้รับการยกย่องขึ้นมามากๆ เหล่าเซเลบก็ให้ความสำคัญกับช่างผมคนในวงการบันเทิงหลายๆ คนที่เป็นดาราด้วยเป็นช่างผมด้วยก็เริ่มมี มันเป็นจุดดีที่พัฒนาขึ้นแต่สิ่งต่อไปที่เราต้องพยายามทำคือ ทำยังไงให้ต่างชาติยอมรับคนไทยบ้าง ในเรื่องของความสามารถพี่เชื่อว่าเขายอมรับ แต่เราอาจมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร เรื่องของภาษาซึ่งต้องเน้นหนักและพัฒนาในจุดนั้น
เคลื่อนไหวอย่างไม่ยึดติด
การติดตามเทรนด์สำคัญกับทุกอาชีพไม่ใช่เฉพาะอาชีพช่างผม ยิ่งสมัยนี้เทคโนโลยีมันรวดเร็วจะปฏิเสธตัวเองยังไงว่าฉันไม่อยากใช้คอมพิวเตอร์ ฉันไม่อยากท่องเน็ต มันเป็นไปไม่ได้หรอก อาชีพช่างผมอยู่กับสิ่งที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา ถ้าเราไม่เคลื่อนไหวเราก็จะกลายเป็นพวกยึดติด ทำอะไรก็ทำอยู่อย่างนั้น แล้วมันจะทำให้ตัวเราเองเกิดความเบื่อกับอาชีพ มาแล้วเราก็ไปตัดให้เขาทรงเดิม ทำซ้ำในสิ่งเดิมๆ ก็จะเกิดความเบื่อ จริงๆ แล้วการอัพเดทตัวเอง กับเทรนด์ทั่วโลกมันแค่ทำให้เรารู้สึกสนุกกับสีสันของอาชีพ แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่เราจะเลือกเอามาใช้กับลูกค้าเป็นสิ่งที่เราต้องไปดูมา แล้วมาพัฒนาให้เข้ากับกลุ่มหรือบุคคลนั้นๆ โลกของแฟชั่นมีความสนุกมากๆ แต่เราสามารถเอามาปรับใช้ในชีวิตจริงได้แค่ไหน
ทุกวันนี้ไม่ได้ถือว่าตัวเองประสบความสำเร็จ เพราะถ้าเราคิดอย่างนั้นก็จะรู้สึกไม่อยากขับเคลี่อนอะไรอีกต่อไป ถามว่าภูมิใจไหมก็ภูมิใจจนต้องถามว่า จริงๆ แล้วเราไปถึงจุดนั้นแล้วเหรอ เวลาที่มีคนมาสัมภาษณ์เราว่ารู้สึกอย่างไรที่ได้เป็นแฮร์สไตลิสต์แถวหน้าของเมืองไทย พี่ว่าคำนี้มันเยอะเกินไปสำหรับพี่เพราะมีอะไรอีกเยอะที่ต้องเรียนรู้ ต้องเดินต่อไป แต่เราโชคดีกว่าคนอื่นที่มีความเป็นนักร้อง ดาราในอดีตช่วยให้การสร้างชื่อเสียงมันเร็วขึ้น แต่ถึงเราจะมีชื่อเสียงยังไง ถ้าไม่มีฝีมือ ไม่รู้จักพัฒนาตัวเองเราคงไปไม่ถึงดวงดาว เรารักและเคารพอาชีพนี้และถือว่าเราเลือกแล้ว ดังนั้นอนาคตจะไปถึงจุดไหนก็ปล่อยให้มันดำเนินไปตามวิถีของมัน แต่ด้วยอายุที่มาเริ่มต้นอาชีพนี้ช้ากว่าใคร ทางเดินก็อาจไม่ได้ไกลมากนัก แต่เราโชคดีที่ได้รับแรงผลักดันจาก ดร.สมศักดิ์ ซึ่งเป็นทั้งครู เพื่อนและพี่ที่น่ารักทำให้เรา มีโอกาสในการทำงานมากขึ้น คนอื่นที่เขาเก่งกว่าเรายังมีอีกเยอะเพียงแต่มันอยู่ที่จังหวะและโอกาส เมื่อเราได้โอกาส เราก็ทำ แต่ที่เราจะไม่ลืมคือ เมื่อเรามีโอกาสที่จะคืนอะไรให้สังคมเราต้องทำเช่นเดียวกัน
Salon de BKK ซาลอนที่เป็นหน้าตาของกรุงเทพฯ
Salon de BKK เป็นหนึ่งในแบรนด์ของชลาชลกรุ๊ป เริ่มเปิดที่เอ็มโพเรียมเมื่อ 13 ปีที่แล้ว ทำรายได้ถล่มทลายและมีชื่อเสียงมากจนถ้าเสิร์ชในอินเตอร์เน็ตว่า ซาลอนที่ดีที่สุดในกรุงเทพอยู่ที่ไหน ชื่อ Salon de BKK ก็จะเป็นรายชื่อแรกที่ปรากฏขึ้นมาทันที ราคาจะเริ่มต้นตั้งแต่ 800 บาทขึ้นไปแต่ถือว่ามาที่นี่ได้ครบและคุ้มค่าจริงๆ กลุ่มเป้าหมายของเรา ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือจะเป็นคนไทยวัยทำงาน ไม่ถึงกับเป็นแบรนด์วัยรุ่นเลยทีเดียว แต่ก็ผสมผสานความทันสมัยและความคลาสสิคได้อย่างลงตัว
นอกจากนี้ร้านของเราจะคงคอนเซปต์ความเป็น Contemporary Thai ดูโก้ น่าสนใจแต่ไม่ฉูดฉาด ไม่เบียดเสียด มีความหรูหราจากแชนเดอเลียร์แต่ก็แฝงไปด้วยแนวคิด Green Salon เสริมเข้าไปเพื่อเพิ่มความเบาตา เข้ามาแล้วรู้สึกสบาย จะมีไม้ใบเข้ามาตกแต่งบ้าง โทนร้านโดยรวมจะเป็น สีครีมและสีน้ำตาลจากไม้ ที่เราเน้นเลยคือ ร้านจะต้องสะอาดตลอดเวลา ของที่ใช้ในร้านก็ต้องคำนึงก่อนว่าจะมีผลต่อมลภาวะสิ่งแวดล้อมหรือเปล่า สิ่งที่ก่อคาร์บอนไดออกไซด์มากเราจะไม่ใช้ เรื่องพวกนี้ต้องระวังและมีความพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพราะเราห่วงใยสุขภาพของผู้มาใช้บริการ อุปกรณ์ในร้านก็ต้องมีความไฮเทค มีเกรด อย่างอุปกรณ์ทำทรีทเม้นท์ เราจะเห็นว่าทั่วโลกให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพมาก ดังนั้นเราจึงใส่ใจในเรื่องสุขภาพผมเช่นเดียวกัน คนที่ทำผม มาเยอะโดนสารเคมีเยอะก็ควรจะมาทำเพื่อเปิดเกล็ดผม เอาสิ่งสกปรกในเส้นผมออกและเสริมมอยส์เจอร์กับโปรตีนเข้าไปช่วยให้ผมแข็งแรงขึ้น เรียกได้ว่าทุกอย่างจะต้องเนี้ยบตั้งแต่ข้าวของเครื่องใช้ ระบบน้ำ ระบบความร้อน ระบบถ่ายเทอากาศ นอกจากส่วนของการทำผมก็จะมีการทำสปามือเท้า ทางร้านจะไม่นำเครื่องมืออะคริลิกมา เพราะเราอยากให้ลูกค้าได้รับการบริการในแบบ Traditional Thai Style ซึ่งเป็นรูปแบบดั้งเดิมที่มีความละเอียดและใส่ใจในทุกขั้นตอน มีการนวดเท้าให้ลูกค้าซึ่งเขาจะได้รับความรู้สึกอบอุ่น สบายใจ ประทับใจและสิ่งเหล่านี้ถือเป็นเสน่ห์ของร้านซาลอนของเรา
คติในการทำงานแบบมืออาชีพ
เราให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับหนึ่งเหมือนกันทุกคน ไม่มีการแบ่งแยก เมื่อลูกค้าเดินเข้ามาในร้าน เราจะไม่ให้ลูกค้ามานั่งรออย่างไร้จุดหมาย การบริการที่ดีจึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญ สำหรับตัวเราเองสิ่งที่จะพัฒนาเป็นสิ่งแรกคือใจ เพราะถ้าใจเรารู้สึกสนุกกับงาน สนุกกับหน้าที่มันก็จะสะท้อนออกมาในบุคลิกภาพของเราเอง แล้วเราก็สนุกกับการดูแลตัวเอง โดยเลือกเทรนด์ที่น่าสนใจแล้วก็เหมาะกับเรามาปรับใช้ ตัวเราเองนี่แหละเป็นเครื่องหมายให้ลูกค้ารู้สึกว่าน่าเชื่อถือหรือไม่น่าเชื่อถือ บุคลิกภาพที่ดีสำคัญต่ออาชีพนี้เป็นปัจจัยอันดับหนึ่ง
เพราะเราเหมือนนักจิตวิทยารูปแบบหนึ่ง แต่เป็นนักจิตวิทยาทางด้านความงาม
มันเป็นความประทับใจแรกเวลาลูกค้าเห็นเรา เรายอมรับว่าคนหล่อสวยจะมีชัยชนะเพราะดูน่ามอง แต่ถ้าเรารู้จักแต่งตัวให้น่าสนใจ ทำทรงผมให้น่าสนใจ มาเจอทุกครั้งก็มีความแปลกใหม่ คนก็มองว่าน่าสนุกมีสีสันดีก็เกิดความเชื่อถือ เราเคยเซ็ตผมสวยเดินอยู่หน้าร้านแล้วมีนักท่องเที่ยวเดินมาพร้อมกัน 5-6 คน บอกสาเหตุที่เข้าร้านเราว่าฉันเห็นผมเธอแปลกดี งั้นเข้าร้านนี้เลยแล้วกัน สิ่งเหล่านี้เราทำให้น้องๆ ดูเป็นตัวอย่างและไม่ลืมที่จะให้โอกาสรุ่นน้อง เพราะอนาคตเราอาจผันตัวไปเป็นผู้บริหาร การให้โอกาสคนเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เรายิ่งทำ ยิ่งให้ ตัวเรานั่นแหละที่ได้ ได้ทั้งคำถามทั้งมุมมองที่เราอาจจะไม่ได้คิดแต่เด็กๆ เขาคิดซึ่งถือเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กัน สิ่งที่เราทำคือ เปิดใจให้กว้างให้รุ่นน้องได้ทำ ได้ศึกษาเรียนรู้แล้วพัฒนาไปกับเราเพื่อให้แบรนด์เป็นที่ยอมรับและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ถ้าเรามีโอกาสได้พัฒนาสาขาต่อไป ได้พัฒนาทีม ได้สร้างงานให้พวกเขา มันถือเป็นสวรรค์ของคนทำอาชีพนี้เลยนะ
ดูอย่างพี่สมศักดิ์ที่พยายามทำเรื่องนี้เยอะมาก เขาเป็นตัวอย่างที่ดีเป็นไอดอลที่เรายึดถือเป็นแบบอย่าง แต่เราก็ไม่ได้หวังจะมีสิบยี่สิบสาขาขนาดนั้นเพราะความสามารถเราคงทำไม่ได้ แต่เราจะทำสิ่งที่รับผิดชอบอยู่ให้ออกมาดีที่สุด อย่างในปัจจุบันโลกอินเตอร์เน็ตมีความกว้างขวางมากขึ้น เราจะใช้ Social Network ในการสร้างเครือข่ายเพิ่ม ในขณะเดียวกันก็จะส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูโดดเด่น มีการจัดแฟชั่นโชว์ การดูแลผมให้เซเล็บ ตัวเราเองก็ดูแลผมให้กับเซเล็บหลายท่าน ส่วนใหญ่ก็จะร่วมงานกับน้องจ๋า ยศสินี ซึ่งเป็นผู้จัดละครรุ่นใหม่ไฟแรงที่ให้โอกาสดูแลน้องคิมเบอร์ลี่ ก่อนที่จะเล่นเรื่องแรก น้องหมาก ปริญ ป๋อ ณัฐวุฒิ นอกจากนี้ก็จะมีดารารุ่นเก่าๆ หลายท่านที่เราได้ดูแลอย่าง พี่แหม่ม ธิติมา พี่กล้วย ปรารถนา พี่ก้อย ปาริฉัตร แพท พัสสน ก้องเกียรติ ไฟว์สตาร์ กาละแมร์ซึ่งเป็นคนรักผมมากและพี่ก็โชคดีที่เขาไว้ใจให้เราดูแลผมให้ พี่แหม่ม จินตหรา ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เขาไว้ใจให้เราดูแลผม ผมเขาเสียเยอะเพราะโดนกระทำทั้งดัด ทั้งความร้อน เราก็จะดูแลโดยใช้ทรีทเม้นท์ที่ดีที่สุด พยายามค้นคว้าหาเทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดเวลาเพื่อมาแนะนำให้เขา แล้วก็บอกให้เขาใช้ตัวป้องกันเส้นผมก่อนที่ผมจะโดนความร้อนหรือคอยเล็มปลายผมให้อย่างสม่ำเสมอ แต่ที่สำคัญที่สุดคือต้องปลอดสารเคมีและห่วงใยสุขภาพของผู้มาใช้บริการด้วย นอกจากนี้ก็จะมีคุณนก ศิขรินธาร เบ้กกี้ ริสา หงส์หิรัญ นางงามก็มีหลายคนหลากหลายรุ่นเลยแหละ มีส้ม ชนากานต์ หรือ ต๊ะ นารากร ที่เปลี่ยนทรงผมเป็นบ็อบเท เวลาเขาอ่านข่าวแล้วหันไปเห็นทรงผมเขาเก๋ดี ก็ภูมิใจว่าเป็นฝีมือเรา
นอกจากนี้ก็จะมีป้าแจ๋ว ยุทธนา ที่เพิ่งมาให้ดูแลไป แล้วก็สนุกทุกครั้งที่ได้ดีไซน์ทรงผมใหม่ๆ อย่างตอนเปิดกล้องภาพยนตร์เรื่องบุญชู พี่ซูโม่กิ๊กก็ให้เราดีไซน์ทรงผมอาร์ตี้ ซึ่งก็ต้องดูธีมงานและบุคลิกภาพของดาราท่านนั้นประกอบด้วย นอกจากดาราไทยก็มีโอกาสดูแลผมให้ดาราฮอลลีวู้ดและดาราเกาหลีที่เข้ามาถ่ายทำรายการในเมืองไทยด้วย สิ่งเหล่านี้เราก็จะทำต่อไป แต่ในขณะเดียวกันเราก็ให้ความรู้แก่รุ่นน้องในด้านบุคลิกภาพ การแต่งตัว ความสะอาด ทรงผม ภาษาและเทรนด์ใหม่ๆ กับเขาด้วย ทุกคนจะต้องผ่านการฝึกฝน ผ่านงานถึงจะขึ้นมาเป็นสไตลิสต์ได้ เรามีผู้เชี่ยวชาญดูแลเรื่องทรีทเม้นท์ผม เรื่องสีผมโดยเฉพาะ บางคนมีปัญหาเรื่องผมขาว อยากทำสีแฟชั่นตามเทรนด์ อยากดีไซน์ผมในรูปแบบไหน น้องๆ ในร้านก็สามารถให้บริการและให้คำแนะนำได้อย่างถูกวิธี โดยเข้าใจปัญหา ความต้องการของลูกค้า เทรนด์และสภาพเส้นผมทั้งเส้นผมลูกค้าชาวต่างชาติและเส้นผมลูกค้าชาวไทยที่มีความแตกต่างกัน
ข้อความถึงช่างผมรุ่นใหม่
ช่างผมในปัจจุบันบางคนมีประสบการณ์เยอะกว่าพี่มาก แต่สำหรับคนที่เข้ามาสู่วงการนี้ใหม่ๆ ก็ยินดีต้อนรับและก็ดีใจที่รักในอาชีพนี้ เรามักสอนรุ่นน้องเสมอว่าเรากำลังทำสิ่งที่สูงที่สุดในร่างกายของมนุษย์ ทุกคนมีครู มีพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดอยู่บนศีรษะ เราต้องเคารพและให้เกียรติเขา นอกจากความรักในอาชีพ เราต้องเคารพตัวเอง เคารพอาชีพและเคารพลูกค้าด้วย ต้องจริงใจกับงาน ไม่ใช่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินแต่ไม่สนสภาพผมลูกค้า ยัดเยียดให้ทำหลายอย่างในวันเดียว แล้วผมก็พัง เราเหมือนหมอผมที่ต้องมีความรับผิดชอบในหน้าที่ ต้องไม่เอาเปรียบลูกค้าและอย่าเห็นแก่ได้ ที่สำคัญหาประสบการณ์ใส่ตัวเยอะๆ แล้วเราต้องตั้งใจพัฒนา ไม่ต้องมองไปไกลตัวเลยเอาตัวเองแหละดีที่สุด เมื่อมีโอกาสก็อย่าลืมทำเพื่อสังคมบ้าง เพราะสังคมเรายังต้องการคนที่เข้ามาช่วยเหลืออีกมาก
คอมเม้นท์จากลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการร้านซาลอน
ครูโรจน์ – รุ่งโรจน์ ดุลลาพันธ์
“ที่เลือกใช้บริการที่นี่เป็นเพราะคุณไกรวิทย์ การบริการที่นี่ถือว่าดีทีเดียว ผมมักแนะนำต่อเวลาคนถามว่าทำผมที่ไหน ก็จะบอกตลอดว่ามาทำกับคุณต้อม ไกรวิทย์ พอถึงเวลาตัดผมก็จะตรงมาที่นี่เลย รู้สึกสบายใจและมั่นใจทุกครั้งที่มาทำผม”